กิจกรรมที่โครงการลูกพระดาบส

อ.บุญธรรม

Moderators: nussaradng, anekkhm

Re: กิจกรรมที่โครงการลูกพระดาบส

Postby u5312628 on Wed Oct 24, 2012 10:26 am

1. เศรษฐกิจพอเพียง กล่าวเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทาง การดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 25 ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจหรือที่เรียกกันว่าต้มยำกุ้ง และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำ แนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลง
หัวใจหลักของเศรษฐกิจพอเพียงประกอบด้วย 3 คุณลักษณะพร้อม ๆ กัน ดังนี้
1. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกิดไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ
2. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้นจะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ
3. การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบ และการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล
อย่างไรก็ตามการที่จะดำเนินตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้น ประชาชนจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข 2 ประการได้แก่ ความรู้ ซึ่งจะต้องมีการนำความรู้และเทคโนโลยีมาใช้โดยคำนึงถึงความรอบคอบและความระมัดระวัง นอกจากนี้ยังจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของคุณธรรม ซึ่งประชาชนจะต้องยึดมั่นในคุณธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต ดังนั้นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งจะต้องดำเนินตามหลัก 3 ประการนั้น จะไม่สมบูรณ์แบบหากประชาชนไม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขทั้ง 2 ข้อ ดังนั้นเราจึงสามารถพูดได้ว่า เงื่อนไขทั้งสองนี้ คือหัวใจหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่แท้จริง
2. โครงการลูกพระดาบสเป็นโครงการในพระราชดำริเป็นโครงการที่ช่วยเหลือสังคมในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาการเกษตรและการปศุสัตว์ สิ่งนี้สามารถช่วยพัฒนาสังคมไทยของเราได้โดยเฉพาะทางด้านการเกษตร เกษตรกรไทยสามารถเข้าไปศึกษาหาความรู้ทั้งในด้านของการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์อย่างมีคุณภาพ รวมไปถึงการเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเหล่านั้น ซึ่งในขณะเดียวกันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับพวกเขาด้วย เงินที่ได้จากการขายนี้ จะนำไปเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างมีประสิทธภาพ และอีกทั้งมีการเปิดโอกาสทางด้านการศึกษา โดยการเปิดให้มีการเรียนการสอน แก่บุคคลที่มีใจใฝ่รู้แต่ไม่มีทุนทรัพย์ ให้ได้เรียนฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
3. การปลูกพืชไร้ดิน ไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) เป็นการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน นับเป็นวิธีการใหม่ในการปลูกพืช
โดยเฉพาะการปลูกผักและพืชที่ใช้เป็นอาหาร เนื่องจากประหยัดพื้นที่และไม่ปนเปื้อนกับสารเคมีต่างๆ ในดิน
ทำให้ได้พืชผักที่สะอาดเป็นอาหาร ปัจจุบันนี้ในเทคนิคการปลูกพืชแบบไร้ดินหลายแบบด้วยกัน ประโยชน์ของ
ไฮโดรโปนิกส์นั้นมีประโยชน์หลักๆ 2 ประการด้วยกัน ประการแรก คือช่วยให้มีสิ่งแวดล้อมที่ควบคุมได้มากขึ้นสำหรับการเติบโตของพืช แทนที่จะเป็นการใช้ดินอย่างเดิม ทำให้กำจัดตัวแปรที่ไม่ทราบออกไปจากการทดลองได้จำนวนมาก ประการที่สองก็คือ พืชหลายชนิดจะให้ผลผลิตได้มากในเวลาที่น้อยกว่าเดิม และบางครั้งก็มีคุณภาพที่ดีกว่าเดิมด้วย ซึ่งในสภาพแวดล้อมและสภาพการเศรษฐศาสตร์หนึ่งๆ การปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์จะให้ผลกำไรแก่เกษตรกรได้มากขึ้น และด้วยการปลูกที่ไม่ใช้ดิน จึงทำให้พืชไม่มีโรคที่เกิดในดิน ไม่มีวัชพืช และไม่ต้องจัดการดิน และยังสามารถปลูกพืชใกล้กันมากได้ ด้วเหตุนี้พืชจึงให้ผลผลิตในปริมาณที่มากกว่าเดิม ขณะที่ใช้พื้นที่จำกัด นอกจากนี้ยังมีการใช้น้ำน้อยมาก เพราะมีการใช้ภาชนะหรือระบบวนน้ำแบบปิด เพื่อหมุนเวียนน้ำ เมื่อเทียบกับการเกษตรแบบเดิมแล้ว นับว่าใช้น้ำเพียงส่วนน้อยนิดเท่านั้น
4. จาก 3 ข้อข้างต้นนั้น เศรษฐกิจพอเพียงทำให้ผมรู้ว่า คำๆนี้มิได้จำกัดเฉพาะของเกษตรกรหรือชาวไร่ชาวนาเพียงเท่านั้น แต่เป็นเศรษฐกิจของทุกคนทุกอาชีพ ทั้งที่อยู่ในเมืองและอยู่ในชนบท รวมทั้งตัวผมเองด้วย เช่น เนื่องจากผมเรียนสายบริหารธุรกิจ ในอนาคตผมอาจเจะป็นเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมและบริษัทในระบบเศรษฐกิจพอเพียง ถ้าจะต้องขยายกิจการเพราะความเจริญเติบโตจากเนื้อของงาน โดยอาศัยการขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป หรือหากจะกู้ยืมก็กระทำตามความเหมาะสม ไม่ใช่กู้มาลงทุนจนเกินตัวจนไม่เหลือที่มั่นให้ยืนอยู่ได้ เมื่อภาวะของเงินผันผวน ผมก็จะต้องไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินตัว ตัวอย่างที่กล่าวมา ผมสามารถนำเศรษฐกิจพอเพียง อีกทั้งผมได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ อทิเช่น การปลูกพืชไร้ดิน ไฮโดรโปนิกส์ ยามเวลาว่างๆ ผมสามารถหาอุปกรณ์ และริเริ่มที่ปลูกพืชแบบไร้ดินได้ด้วยตนเอง อาจจะไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก แต่อย่างน้อยก็เป็นพืชที่ปลอดสารพิษ และยังช่วยรักษาดินในระแวกนั้นได้อีกด้วย

Thanadol K. 5312628 :)
u5312628
 
Posts: 1
Joined: Wed Oct 24, 2012 10:17 am

Re: กิจกรรมที่โครงการลูกพระดาบส

Postby u5311529 on Wed Oct 24, 2012 1:46 pm

เศรษฐกิจพอเพียงเปนปรัชญาแนวทางการดำรงอยูและปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแตระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศใหดำเนินไปในทาง สายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อใหกาวทันตอโลกยุคโลกาภิวัตน ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผลรวมถึงความจำเปนที่จะตองมีระบบภูมิคุมกันในตัวที่ดีพอสมควรตอการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงภายนอก และภายใน ทั้งยังต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบและความระมัดระวังอยางยิ่งในการนำวิชาการตางๆ มาใชในการวางแผน และการดำเนินการทุกขั้นตอน และ ขณะเดียวกันจะตองเสริมสรางพื้นฐานจิตใจของคนในชาติโดยเฉพาะเจาหนาที่ของรัฐ นักทฤษฏี และ นักธุรกิจให้มีจิตสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริตและให้มีความรอบรู้เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตด้วย ทั้งนี้ยังต้องมีความอดทน ความเพียร มีสติปัญญาและรอบคอบยอมรับปรับใช้ชีวิตได้ในยุคโลกาภิวัฒน์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

พันธกิจของโครงการช่วยสังคมยังไง
1. เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจใฝ่รู้แต่ไม่มีทุนทรัพย์ได้เรียนรู้ทักษะและใช้ประกอบอาชีพได้
2. ทำให้เกษตรกรรู้จักประยุกต์ใช้ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงให้เข้ากับอาชีพเกษตรกรรมในการใช้พื้นที่การเกษตรที่มีอยู่อย่างจำกัดรวมถึงปัจจัยการผลิตอื่นๆอย่างคุ้มค่า
3. เป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษานักวิจัยใช้สถานที่เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้ในการพัฒนาต่อยอดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สังคม
4. สงเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้กับผู้ที่สนใจได้นำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสมกับตนเอง

ปลูกพืชไม่ใช้ดินมีประโยชน์อย่างไร
1.สามารถปลูกพืชได้แม้ในที่แล้ง ดินเลวหรือในสภาพไม่เหมาะสมอื่น เช่น ดินเค็ม บริเวณที่มีน้ำกร่อย หรือน้ำท่วมขัง
2.พืชเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ต้นกล้าตั้งตัวได้เร็ว
3.มีการควบคุมการใช้สารละลายธาตุอาหารอย่างมีประสิทธิภาพไม่มากหรือน้อยเกินความต้องการของพืช
4.ผลผลิตที่ได้สะอาด ไม่มีการปนเปื้อนของไข่พยาธิ ซึ่งมักติดมากับดิน
5.สามารถปลูกได้หลายครั้งต่อปี
6.ลดภาระการจัดการในแปลงปลูก เช่น การเตรียมดิน การกำจัดวัชพืช การอบฆ่าเชื้อในดิน เป็นต้น

เราจะนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร
1. ใช้พื้นที่ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดในการปลูกพืชผักกินเอง ประหยัดค่าใช้จ่ายและปลอดภัยจากสารเคมี
2. หากนำมาเป็นอาชีพ ก็สามารถมีรายได้ที่มากกว่าการปลูกพืชใช้ดิน
3. สามารถนำพื้นที่ไร้ประโยชน์ มาปรับใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าของพื้นดิน โดยไม่ปล่อยให้เสียประโยชน์เปล่าๆ

Krittaya J.
5311529
u5311529
 
Posts: 1
Joined: Wed Oct 24, 2012 1:21 pm

Re: กิจกรรมที่โครงการลูกพระดาบส

Postby u5311101 on Wed Oct 24, 2012 2:15 pm

1.ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง :
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงชีวิต และปฏิบัติตนของประชาชนทุกระดับตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน จนถึงระดับรัฐทั้งในการดำรงชีวิตประจำวัน การพัฒนาและบริหารประเทศ ให้ดำเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวหน้าต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก
การดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ทางสายกลาง และความไม่ประมาท โดยคำนึงถึงหลักการ 3 ประการ ดังนี้
1.ความพอประมาณ
2.ความมีเหตุผล
3.การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว

โดยการดำเนินงานเศรษฐกิจพอเพียงที่ดีจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข ความรู้ และคุณธรรม ตลอดจนต้องเป็นคนดี มีความอดทน พากเพียร
ความพอประมาณ หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับการดำรงชีวิต การดำเนินธุรกิจอย่าง
พอเพียงตามความสามารถ และศักยภาพของตนที่มีอยู่ และต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลที่เหมาะสมตลอดจนพึงนึกถึงผลที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ
การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว เป็นการเตรียมความพร้อม ความรู้ ที่จะรับผลกระทบ และ
การเปลี่ยนแปลงต่างๆที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลง

2.โครงการลูกพระดาบสมีส่วนช่วยเหลือสังคมอย่างไร :

พระราชดำริเกี่ยวกับโครงการลูกพระดาบส
“ให้คงวิธีการศึกษานอกระบบตามแนวพระราชดำริเกี่ยวกับโครงการพระดาบส เป็นแม่แบบตลอดไป ควรสำรวจที่ดินไว้เพื่อการเกษตร เพื่อดำเนินการควบคู่ไปกับโรงเรียนช่างเครื่องยนต์การเกษตร”

“ลูกพระดาบส ที่เข้ารับการศึกษาที่โครงการลูกพระดาบส จะต้องมีชั่วโมงเรียนบังคับเกี่ยวกับวิชาเกษตร นอกเหนือจากหลักสูตรเตรียมช่างเพื่อทดสอบความศรัทธา อดทน หลักสูตรศีลธรรม จรรยา และหลักสูตรวิชาชีพต้องการตามแนวพระราชดำริของโครงการลูกพระดาบส เพื่อให้ลูกพระดาบสสามารถเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรถวายเป็นอาหารแก่พระดาบสและเป็นอาหารเลี้ยงตนเอง”

ประวัติความเป็นมา

โครงการลูกพระดาบส เป็นโครงการพระราชดริซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้นเมื่อ ๑๕ มิ.ย. ๒๕๔๑ ตั้งอยู่เลขที่ ๘๙ หมู่ ๑๔ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ บนที่ดินราชพัสดุและที่ดินพระราชทาน รวม ๔๖๗ ไร่ ซึ่งได้ดำเนินกิจกรรมการเกษตรแบบผสมผสานในลักษณะพึ่งพาตนเองตามแนวพระราชดำริ เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร สมุนไพร การใช้พลังงานทดแทน และอื่นๆ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนของศิษย์พระดาบสหลักสูตรการเกษตรพอเพียง และช่างไม้เครื่องเรือนของโรงเรียนพระดาบส การศึกษา ค้นคว้าวิจัย และพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตลอดจนใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรม ฝึกปฏิบัติงาน และศึกษาดูงานของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เกษตรกร และประชาชนทั่วไป โดยให้อยู่ในความรับผิดชอบร่วมกันของสำนักพระราชวัง มูลนิธิพระดาบส และจังหวัดสมุทรปราการ

ปรัชญา

สนองพระราชดำริ ให้โอกาสที่สอง สร้างคนดี มีวิชาชีพ กลับคืนสู่สังคม

สัยทัศน์

โครงการลูกพระดาบส จะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีทางด้านการเกษตร สมุนไพร การใช้พลังงานทดแทน และอื่นๆ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นองค์กรที่มีการบริหารจัดการอย่างดีเยี่ยม มีบุคลากรที่มีคุณภาพสามารถสนองพระราชดำริ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

พันธกิจ

1.จัดการเรียนการสอน ฝึกอบรมศิษย์พระดาบสหลักสูตรการเกษตรพอเพียง และช่างไม้เครื่องเรือนได้อย่างมีคุณภาพ

2.ดำเนินกิจกรรมการเกษตรในลักษณะพึ่งพาตนเองตามแนวพระราชดำริและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างรายได้สนับสนุนมูลนิธิพระดาบส

3.ศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ และเทคโนโลยีทางด้านเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรสมุนไพร การใช้พลังงานทดแทน และอื่นๆ

4.ถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยีทางด้านการเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร สมุนไพร และการใช้พลังงานทดแทน

5.เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่จังหวัดสมุทรปรากา

3.ประโยชน์ของการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน :

1.สามารถปลูกพืชได้แม้ในที่แล้ง ดินเลวหรือในสภาพไม่เหมาะสมอื่น เช่น บริเวณที่มีน้ำกร่อย หรือน้ำท่วมขัง เป็นต้น
2.พืชเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ต้นกล้าตั้งตัวได้เร็ว
3.มีการควบคุมการใช้สารละลายธาตุอาหารอย่างมีประสิทธิภาพไม่มากหรือน้อยเกินความต้องการของพืช
4.ผลผลิตที่ได้สะอาด ไม่มีการปนเปื้อนของไข่พยาธิ ซึ่งมักติดมากับดิน
5.ผลผลิตมีความสม่ำเสมอ คุณภาพดี
6.สามารถปลูกได้หลายครั้งต่อปี
7.ลดภาระการจัดการในแปลงปลูก เช่น การเตรียมดิน การกำจัดวัชพืช การอบฆ่าเชื้อในดิน เป็นต้น

4.ประสบการณ์ที่ได้/จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้ประโยชน์ได้อย่างไร :
ประสบการณ์ที่ได้รับจากการไปเข้าร่วมกิจกรรมการฝึกอบรมที่โครงการลูกพระดาบสในครั้งนี้ คือ การได้รู้จักกับการปลูกพืชในรูปแบบใหม่ชนิดที่ไม่ได้ใช้ดินในการเพาะปลูกที่สามารถควบคุมปัจจัยที่ส่งผมกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืชได้แม่นยำ และง่ายกว่าการปลูกพืชบนแปลงดิน อีกทั้งยังเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ช่วยเพิมมูลค่าของสินค้าเกษตรกรรมอีกด้วย
ประโยชน์ที่ได้รับ คือ สามารถสร้างแปลงผักแบบไร้ดินนี้ไว้บริโภคเองได้ในที่อยู่อาศัยที่แม้ไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก เช่น ในหอพัก อีกทั้งยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย

Thirapong K. ID: 5311101
u5311101
 
Posts: 1
Joined: Wed Oct 24, 2012 1:44 pm

Re: กิจกรรมที่โครงการลูกพระดาบส

Postby u5310473 on Wed Oct 24, 2012 2:46 pm

1.“เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำริชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า ๒๕ ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในภายนอก ทั้งนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการ ทุกขั้นตอน และขณะเดียวกัน จะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี
หัวใจหลักของเศรษฐกิจพอเพียงประกอบด้วย 3 คุณลักษณะพร้อม ๆ กัน ดังนี้
๑. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ
๒. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ
๓. ภูมิคุ้มกัน หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
โดยมี เงื่อนไข ของการตัดสินใจและดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียง ๒ ประการ ดังนี้
๑. เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในการปฏิบัติ
๒. เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต

2.โครงการลูกพระดาบสเป็นโครงการในพระราชดำริเป็นโครงการที่ช่วยเหลือสังคมในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาการเกษตรและการปศุสัตว์ สิ่งนี้สามารถช่วยพัฒนาสังคมไทยของเราได้โดยเฉพาะทางด้านการเกษตร เกษตรกรไทยสามารถเข้าไปศึกษาหาความรู้ทั้งในด้านของการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์อย่างมีคุณภาพ รวมไปถึงการเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเหล่านั้น ซึ่งในขณะเดียวกันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับพวกเขาด้วย เงินที่ได้จากการขายนี้ จะนำไปเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างมีประสิทธภาพ และอีกทั้งมีการเปิดโอกาสทางด้านการศึกษา โดยการเปิดให้มีการเรียนการสอน แก่บุคคลที่มีใจใฝ่รู้แต่ไม่มีทุนทรัพย์ ให้ได้เรียนฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น โครงการลูกพระดาบสจึงถือเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร สมุนไพร การใช้พลังงานทดแทนและอื่นๆเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนของศิษย์พระดาบส ตลอดจนใช้เป็นสถานที่อบรม ฝึกปฏิบัติงานและศึกษาดูงานของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เกษตรกรและประชาชนทั่วไป ซึ่งทำให้โครงการลูกพระดาบสมีส่วนช่วยเหลือสังคมได้อย่างล้นหลาม

3.การปลูกพืชไร้ดิน ไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) เป็นการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน นับเป็นวิธีการใหม่ในการปลูกพืช โดยเฉพาะการปลูกผักและพืชที่ใช้เป็นอาหาร เนื่องจากประหยัดพื้นที่และไม่ปนเปื้อนกับสารเคมีต่างๆ ในดิน ทำให้ได้พืชผักที่สะอาดเป็นอาหาร ปัจจุบันนี้ในเทคนิคการปลูกพืชแบบไร้ดินหลายแบบด้วยกัน ไฮโดรโปนิกส์นั้นมีประโยชน์หลักๆ 2 ประการด้วยกัน ประการแรกคือช่วยให้มีสิ่งแวดล้อมที่ควบคุมได้มากขึ้นสำหรับการเติบโตของพืช แทนที่จะเป็นการใช้ดินอย่างเดิม ทำให้กำจัดตัวแปรที่ไม่ทราบออกไปจากการทดลองได้จำนวนมาก ประการที่สองก็คือ พืชหลายชนิดจะให้ผลผลิตได้มากในเวลาที่น้อยกว่าเดิม และบางครั้งก็มีคุณภาพที่ดีกว่าเดิมด้วย ซึ่งในสภาพแวดล้อมและสภาพการเศรษฐศาสตร์หนึ่งๆ การปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์จะให้ผลกำไรแก่เกษตรกรได้มากขึ้น และด้วยการปลูกที่ไม่ใช้ดิน จึงทำให้พืชไม่มีโรคที่เกิดในดิน ไม่มีวัชพืช และไม่ต้องจัดการดิน และยังสามารถปลูกพืชใกล้กันมากได้ ด้วเหตุนี้พืชจึงให้ผลผลิตในปริมาณที่มากกว่าเดิม ขณะที่ใช้พื้นที่จำกัด นอกจากนี้ยังมีการใช้น้ำน้อยมาก เพราะมีการใช้ภาชนะหรือระบบวนน้ำแบบปิด เพื่อหมุนเวียนน้ำ เมื่อเทียบกับการเกษตรแบบเดิมแล้ว นับว่าใช้น้ำเพียงส่วนน้อยนิดเท่านั้น

4.จากประสบการณ์ที่ได้จากสามข้อข้างต้นนั้น ทำให้เราทราบว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นสามารถนำมาปฏิบัติใช้ได้จริงกับทุกคน คำว่า "พอเพียง" ทำให้เรากลับมามองความเป็นอยู่ตามวิถีชีวิตแบบชาวบ้านที่หากินแบบสุจริตและพอประมาณ แต่ก็สามารถมีความสุขได้ อย่างเช่นการที่ได้เห็นการปลูกผักแบบไร้ดินจากโครงการลูกพระดาบส ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเช่นกัน โดยเริ่มจากการปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเองในครัวเรือน เราจึงจะเห็นได้ว่าทุกคนสามารถนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของตนเองได้อย่างง่ายดาย

Anyaporn J. 5310473
u5310473
 
Posts: 1
Joined: Wed Oct 24, 2012 2:23 pm

Re: กิจกรรมที่โครงการลูกพระดาบส

Postby u5310288 on Wed Oct 24, 2012 4:35 pm

1.) เศรษฐกิจพอเพียง คือแนวปรัชญาซึ่งถูกคิดค้นโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ ยามได้พบประสบความยากลำบากและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เช่น วิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ซึ่งทำให้คนไทยจำนวนมากล้มละลายและมีปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่เพราะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ช่วยให้ประชาชนของพระองค์กลับมามีชีวิตและตั้งต้นกันใหม่ได้
ทั้งนี้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นการพึ่งทางสายกลาง ที่ชี้แนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติของประชาชนในทุกระดับให้ดำเนินไปในทางสายกลาง มีความพอเพียง และมีความพร้อมที่จะจัดการต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะต้องอาศัยความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง ในการวางแผนและดำเนินการทุกขั้นตอน เศรษฐกิจพอเพียงเป็นการดำเนินชีวิตอย่างสมดุลและยั่งยืน เพื่อให้สามารถอยู่ได้แม้ในโลกโลกาภิวัตน์ที่มีการแข่งขันสูง
เศรษฐกิจพอเพียงนั้นประกอบด้วย3ห่วง2เงื่อนไข นั่นคือ
"พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน" บนเงื่อนไข "ความรู้" และ "คุณธรรม"
ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดี ที่ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่พอประมาณ ความมีเหตุผล หมายถึง การใช้หลักเหตุผลในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ การมีภูมิคุ้มกันที่ดี หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงรอบตัว ปัจจัยเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้นั้น จะต้องอาศัยความรู้ และคุณธรรม เป็นเงื่อนไขพื้นฐาน กล่าวคือ เงื่อนไขความรู้ หมายถึง ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังในการดำเนินชีวิตและการประกอบการงาน ส่วนเงื่อนไขคุณธรรม คือ การยึดถือคุณธรรมต่างๆ อาทิ ความซื่อสัตย์สุจริต ความอดทน ความเพียร การมุ่งต่อประโยชน์ส่วนรวมและการแบ่งปัน เพราะหากเรามีเพียงความรู้แต่ไร้ซึ่งคุณธรรมก็ไม่สามารถทำให้สังคมและคนรอบข้างมีความสุขและสงบได้
2.) พันธกิจในโครงการลูกพระดาบสมีความสำคัญและก่อประโยชน์ให้แก่คนในพื้นที่และประเทศชาติมากมาย
พันธกิจข้อที่1 จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียงและช่างไม้เครื่องเรือนได้อย่างมีคุณภาพ : ทำให้ผู้เรียนเข้าใจหลักปรัชญาอย่างลึกซึ้ง ไมผิดเพี้ยน แล้วยังมีพื้นฐานความรู้ช่างไม้ที่ดี ทำให้สามารถมีงานที่ดีได้
พันธกิจข้อที่2 ดำเนินกิจกรรมการเกษตรในลักษณะพึ่งพาตนเอง สร้างรายได้สับสนุนมูลนิธิ : ทำให้มูลนิธิสามารถดำรงอยู่ได้ด้วยตัวเอง ทั้งยังมีรายได้เสริมในการจัดตั้งกิจกรรมหรือโครงการเสริมอื่นๆได้ นอกจากนี้ยังทำให้ศิษย์ในโครงการมีความมั่นใจในความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมามากยิ่งขึ้น
พันธกิจข้อที่3 ศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีการเกษตร : ทำให้มีไอเดียใหม่ๆในการแปรรูปสินค้าเพื่อเพิ่มมูลค่า และยังได้ยกระดับคุณภาพของพลังงานทดแทนต่างๆ ให้ได้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพและก่อผลได้อย่างดีที่สุด
พันธกิจข้อที่4 ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการเกษตร : คนในพื้นที่และศิษย์ในโครงการจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น เพียงพอต่อค่าครองชีพที่มากขึ้นทุกวัน ทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากพลังงานทดแทนอีกด้วย
พันธกิจข้อที่5 เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรในสมุทรปราการ ซ ทางจังหวัดจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ทำให้คนในพื้นที่มีรายได้เสริม ทั้งยังเป็นการโฆษณาว่าจังหวัดสมุทรปราการมีที่เที่ยวที่เป็นโครงการดีๆน่าสนใจสำหรับศึกษาหาความรู้อีกด้วย
3.) การปลูกพืชไร้ดิน ไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) เป็นการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน นับเป็นวิธีการใหม่ในการปลูกพืช โดยเฉพาะการปลูกผักและพืชที่ใช้เป็นอาหาร เนื่องจากประหยัดพื้นที่และไม่ปนเปื้อนกับสารเคมีต่างๆ ในดิน ทำให้ได้พืชผักที่สะอาดเป็นอาหาร
พืชจะเจริญเติบโตได้ดี จะต้องประกอบด้วย ปัจจัยที่จำเป็นต้องม ีในการเจริญเติบโต อันได้แก่ แสง น้ำ ธาตุอาหารพืช อุณหภูมิ ความเป็นกรด-ด่าง ออกซิเจน และ คาร์บอนไดออกไซด์ ทั้งที่ราก และส่วนเหนือดิน ในการปลูกพืชโดยทั่วไป จะมีดินและอากาศ เป็นส่วนที่จะให้ปัจจัยเหล่านี้ แต่ข้อเสียของดิน คือ ดินจะมีคุณสมบัติที่ไม่แน่นอน ในแต่ละท้องที่ ถ้าดินมีคุณสมบัติ ที่ไม่เหมาะสมต่อพืช ก็จะเจริญไม่ดี การปรับปรุง และแก้ไขดิน อาจจะสามารถทำได้ แต่ในบางกรณี อาจจะมีความยุ่งยากมาก หรือต้องใช้ค่าใช้จ่าย ที่สูงมาก ส่วนการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน จะใช้วัสดุอื่นมาแทนดิน โดยจะเลือกวัสดุ ที่มีความเหมาะสม ต่อการเจริญเติบโตของพืช
เนื่องจากปัญหาด้านดินเค็ม พื้นที่จังหวัดสมุทรปราการจึงเหมาะมากแก่การปลูกพืชแบบhydroponics นอกจากวิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องดินแล้ว ยังสามารถเพิ่มรายได้เพราะสามารถขายในราคาที่สูงกว่าได้ ประหยัดแรงงานเพราะคนแก่และคนพิการก็สามารถปลูกได้ ใช้น้ำน้อยกว่าเพราะเป็นระบบไหลเวียน มีรอบการปลูกที่มากกว่าเพราะสามารถปลูกได้มากถึง24crops/ปี สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมต่างๆให้เหมาะแก่การเจริญเติบโตของพืช นอกจากนี้เมื่อใกล้ถึงระยะเก็บเกี่ยวเรายังสามารถลดความเข้มข้นของปุ๋ยลงเพื่อลดความขมของผักได้อีกด้วย
4.) เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้มีไว้เพื่อเกษตรกรเท่านั้น เรายังสามารถประยุกต์ให้เข้ากับชีวิตประจำวันได้อีกด้วย โดยการยึด3ห่วง2เงื่อนไขไว้ จะทำให้เราสามารถเดินทางสายกลางได้ ไม่มีความต้องการที่มากเกินไป หรือน้อยจนขาด และทุกๆก้าวที่ย่างก้าวไปจะต้องมีความรอบคอบ มีความรู้ในสิ่งที่จะทำอย่างชัดเจนและสามารถนำไปใช้ได้ แต่ก็ต้องใช้ให้อยู่ในหลักของคุณธรรม
การปลูกพืชไร้ดินแบบhydroponics ก็ทำให้เรามีไอเดียทางธุรกิจเพิ่มขึ้น ว่าธุรกิจการเกษตรก็มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เรามีวิธีในการแปรรูปเพิ่มมูลค่าต่างๆมากมาย ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้เราและประเทศอย่างมหาศาล ทั้งนี้ เรายังสามารถทำระบบนี้ได้ที่บ้าน เพื่อปลูกพืชผักสวนครัวรับประทานเอง จึงทำให้เราได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัยไร้สารพิษด้วยความมั่นใจ

Pintira P. 5310288
u5310288
 
Posts: 1
Joined: Sat Oct 20, 2012 4:45 pm

Re: กิจกรรมที่โครงการลูกพระดาบส

Postby u5310421 on Thu Oct 25, 2012 10:50 am

ข้อ 1.) เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่แสดงถึงการใช้ชีวิตและการปฏิบัติตัวของคนในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับ ครอบครัว ชุมชน จนกระทั่งถึงในระดับประเทศ ให้เป็นไปตามความเหมาะสมตามแต่ฐานะและคำนึงถึงทางสายกลาง ไม่ก่อให้เกิดความเดือนร้อนทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น เพื่อให้พัฒนาตนเองเพิ่อให้ก้าวทันโลกตามแต่ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทั้งนี้ทั้งนั้นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงยังสามารถช่วยให้เกิดความสมดุลและความพร้อมในการรองรับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งทางด้านวัตถุ สังคมและสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ข้อ 2.) โครงการลูกพระดาบสมีส่วนในการช่วยเหลือสังคมในหลายๆด้าน ตัวอย่างเช่น ให้โอกาสผู้ไม่มีโอกาสได้เข้าเรียนหนังสือได้ตามระบบสามัญแต่มีความใฝ่รู้แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้เข้ามาเรียน(อบรม)หลักสูตรวิชาชีพทั้งระยะสั้น(1 วัน) และระยะยาว(1 ปี) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อจะได้นำเอาความรู้ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ว่าจะเป็นโครงการปลูกพืชแบบไร้ดินแบบที่ทางมหาวิทยาลัยของเราได้ไปศึกษาดูงาน นอกจากนี้แล้วยังมีอีกหลายโครงการที่ให้ความรู้และสามารถนำเอาไปใช้ได้จริง ตัวอย่างเช่น การเพาะเห็ดแบบครบวงจร, การผลิตไบโอดีเซล, การทำคานาเป้กุ้ง, การทำปลาสลิดฟูริคาเกะ, การปลูกกล้วยไม้, การเลี้ยงปลานิล, การทำนาข้าวโพดพร้อมดื่มและน้ำสมุนไพร และการทำนาปลานิลหยอง น้ำพริกปลานิล

ข้อ 3.) การปลูกพืชแบบไร้ดินนั้นได้ถูกนำเข้ามาในประเทศไทยมานานนับ 10 ปีมาแล้ว สาเหตุที่คนนิยมหันมาปลูกพืชไร้ดินนั้นมาจากสาเหตุหลักแรกคือ "ข้อจำกัดทางด้านพื้นที่ในการเพาะปลูกพืช" ไม่ว่าจะเป็นชาวสวนที่มีพื้นที่ในการเพาะปลูกที่จำกัด และมีคนที่สนใจจะปลูกพืชเพื่อรับประทานเองมากขึ้นแต่เนื่องจากว่าคนบางกลุ่มที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการจำกัด เช่น คอนโดมิเนียม หอพัก หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มีพื้นที่จำกัด ทำให้ไม่สามารถปลูกพืชโดยใช้ดินได้สะดวกนัก ก็เลยหันมาปลูกพืชแบบไร้ดินเพิ่มมากขึ้น เพราะว่ามันประหยัดพื้นที่ในการเพาะปลูก สาเหตุที่สองก็มาจาก "ความเสี่ยงในผลผลิต" สมัยก่อนการเพาะปลูกนั้นจะทำเพื่อบริโภคในครัวเรือน ส่วนที่เหลือก็นำไปแลกเปลี่ยนกับเครื่องอุปโภค บริโภคแทนการใช้เงินซื้อ การเพาะปลูกระบบนี้ก็เลยเป็นการเพาะปลูกแบบพอเพียง และไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องศัตรูพืช แต่ปัจจุบันจุดประสงค์ของการปลูกเปลี่ยนมาเป็นเพื่อการค้า และใช้ระบบการปลูกแบบขยายวงกว้างซึ่งมีความยากลำบากในการป้องกันปัญหาจากศัตรูพืช ดังนั้นจึงมีการนำยาฆ่าแมลงเข้ามาใช้ เพื่อให้ผลผลิตที่ได้มีความสวยงาม และเมื่อนำออกสู่ตลาดจะขายได้ราคาดี แต่การทำเช่นนี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อรับประทานเข้าไปเป็นเวลานาน สารพิษเหล่านี้ก็จะสะสมและตกค้างอยูในร่างกาย และสาเหตุสุดท้ายก็คือ "ปัญหาสภาพอากาศ" เช่น ในฤดูแล้ง พื้นดินจะแห้งและขาดความอุดมสมบูรณ์ ทำให้เป็นอุปสรรคในการเพาะปลูก เพราะการปลูกพืชวิธีนี้ใช้ดินเป็นองค์ประกอบหลัก

ประโยชน์ของการปลูกพืชไม่ใช้ดิน
1.ให้ผลผลิตที่สะอาด ถูกอนามัย ปลอดภัยจากสารพิษ เนื่องจากปลูกในโรงเรือนที่มีมุ้งตาข่ายปิดมิดชิดจึงไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช
2.พืชเจริญเติบโตและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็วกว่าการปลูกในดิน เนื่องจากพืชได้รับธาตุอาหารต่างๆ ครบถ้วนในสัดส่วนที่พอเหมาะและตลอดเวลาที่พืชต้องการ ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและรสชาติดี
3.พืชที่ปลูกอยู่รอดมากขึ้น และให้ผลผลิตสูง เพราะสามารถควบคุมปัจจัยต่างๆ ที่ให้แก่พืชได้ดีกว่าปลูกในดิน ลดความเสี่ยงจากสภาพดินฟ้าอากาศไม่แน่นอน เช่น น้ำท่วม ฝนแล้ง
4.ใช้พื้นที่น้อย เพราะปลูกพืชได้หนาแน่นกว่าปลูกในดิน และปลูกต่อได้ทันทีหลังจากเก็บเกี่ยวพืชชุดแรกแล้ว จึงสามารถปลูกได้หลายครั้งต่อปี
5.ประหยัดค่าใช้จ่ายในการกำจัดวัชพืช
6.ทดแทนการปลูกพืชในดินที่มีปัญหา เช่น ดินเค็ม ดินกรด ดินด่าง ดินที่ไม่เหมาะสมสำหรับปลูกพืช เช่น ดินลูกรัง ดินที่มีน้ำท่วมขังบ่อยครั้ง
7.เหมาะสำหรับปลูกในสถานที่ที่มีพื้นผิวดินสำหรับปลูกพืชน้อย เช่น ระเบียงบ้าน หรือ คอนโดมีเนียม
8.ปลูกได้ตลอดปี ไม่ต้องรอฤดูกาล สามารถเลือกปลูกพืชในช่วงที่มีราคาแพง ทำให้ผลผลิตได้ราคาดีขึ้น
9.ใช้แรงงานในการดูแลน้อย

ข้อ 4.) ได้นำความรู้ใหม่ๆจากการปลูกพืชแบบไร้ดินมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเองเนื่องจากตัวเองได้มีความสนใจในการปลูกพืชเพื่อรับประทานเองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่มีข้อจำกัดในด้านพื้นที่ในการเพาะปลูกเนื่่องจากพักอาศัยอยู่ในหอพัก ดั้งนั้นการไปอบรมครั้งนี้ทำให้ได้รับความรู้ในการปลูกพิชแบบไร้ดินมาปรับใช้ในการปลูกเพื่อรับประทานเองตามต้องการ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความรู้ใหม่ๆที่ได้จากการประยุกต์จากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกด้วย
u5310421
 
Posts: 1
Joined: Thu Oct 25, 2012 9:24 am

Re: กิจกรรมที่โครงการลูกพระดาบส

Postby u5316943 on Tue Oct 30, 2012 12:30 pm

1.เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่ยึดหลักเดินทางสายกลางและไม่ประมาท ที่ชี้แนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติของประชาชนในทุกระดับให้ดำเนินไปในทางสายกลาง มีความพอเพียง และมีความพร้อมที่จะจัดการต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะต้องอาศัยความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง ในการวางแผนและดำเนินการทุกขั้นตอน โดยให้สอดคล้องกับแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงดังนี้
-หลักความพอประมาณ คำนึงถึงศักยภาพของตนเองยึดหลัก ประหยัดเรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด
-หลักความมีเหตุผล ยึดหลักวิชาการ มีการศึกษาวิจัยแต่ไม่ละเลยภูมิปัญญาท้องถิ่น
-หลักการมีภูมิคุ้มกัน มีการวางแผนระยะยาว มีเงินออมไว้ลงทุนไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้ประชาชนรู้รักสามัคคี
ภายใต้เงื่อนไข
-ความรู้ นำหลักวิชาความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง
-คุณธรรม ให้ประชาชนยึดมั่นคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต
-การดำเนินชีวิต ส่งเสริมให้ประชาชนมีความขยัน อดทน ประหยัด

2.โครงการลูกพระดาบสมีส่วนในการช่วยเหลือสังคมในหลากหลายด้าน เช่น จัดการเรียนการสอนให้แก่ผู้ที่มีความใฝ่รู้แต่ขาดทุนในการเข้าเรียนในระบบสามัญของรัฐบาล ได้เข้ามาเรียนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยจะฝึกอบรมศิษย์พระดาบสตามหลักสูตรการเกษตรพอเพียงและช่างไม้เครื่องเรีอนอย่างมีประสิทธิภาพ โครงการลูกพระดาบสนี้ยังดำเนินกิจกรรมการเกษตรในลักษณะพึ่งพาตนเองตามแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สร้างรายได้สนุนสนุนมูลนิธิพระดาบส นอกจากนี้โครงการลูกพระดาบสยังมีการศึกษาวิจัย ถ่ายทอด และพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางด้านเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรสมุนไพรการใช้พลังงานทดแทนและอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่สมุทรปราการ เพื่อเสริมสร้างรายได้ให้แก่ลูกศิษย์และประชาชน

3.การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน หรือเรียนอีกอย่างหนึ่งว่า ไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) เป็นการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินแต่ใช้น้ำที่มีธาตุอาหารพืชละลายอยู่ หรือ การปลูกพืชในสารละลายธาตุอาหารพืชทดแทน ซึ่งนับเป็นวิธีการใหม่ในการปลูกพืช โดยเฉพาะการปลูกผักและพืชที่ใช้เป็นอาหาร เนื่องจากประหยัดพื้นที่ และไม่ปนเปื้อนกับสารเคมีต่างๆ ในดิน ให้ได้พืชผักที่สะอาดเป็นอาหาร

ไฮโดรโปนิกส์ มีประโยชน์หลักๆ 2 ประการด้วยกัน ประการแรกคือช่วยให้มีสิ่งแวดล้อมที่ควบคุมได้มากขึ้นสำหรับการเติบโตของพืช แทนที่จะเป็นการใช้ดินอย่างเดิม ทำให้กำจัดตัวแปรที่ไม่ทราบออกไปจากการทดลองได้จำนวนมาก ประการที่สองก็คือ พืชหลายชนิดจะให้ผลผลิตได้มากในเวลาที่น้อยกว่าเดิม และในบางครั้งก็มีคุณภาพที่ดีกว่าเดิมด้วย ซึ่งในสภาพแวดล้อมและสภาพการเศรษฐศาสตร์หนึ่งๆ การปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์จะให้ผลกำไรแก่เกษตรกรมากขึ้น และด้วยการปลูกที่ไม่ใช้ดินจึงทำให้พืชไม่มีโรคที่เกิดในดิน ไม่มีวัชพืช ไม่ต้องจัดการดิน และยังสามารถปลูกพืชใกล้กันมากได้ ด้วยเหตุนี้พืชจึงให้ผลผลิตในปริมาณที่มากกว่าเดิมขณะที่ใช้พื้นที่จำกัด นอกจากนี้ยังมีการใช้น้ำน้อยมากเพราะมีการใช้ภาชนะ หรือระบบวนน้ำแบบปิด เพื่อหมุนเวียนน้ำ เมื่อเทียบกับการเกษตรแบบเดิมแล้ว นับว่าใช้น้ำเพียงส่วนน้อยนิดเท่านั้น

4.จากทั้งสามข้อข้างต้น เราสามารถทำธุรกิจได้อย่างพอเพียง โดยคำนึงถึง 3ห่วง2เงื่อนไข ตามแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง และเราสามารถช่วยเหลือผู้คนในชุมชนของเราและถ่ายทอดความรู้ที่เราได้รับประสบการณ์จากการไปทำกิจกรรมที่โครงการลูกพระดาบส ให้แก่ชาวบ้านได้มีความรู้และสามารถนำเอาความรู้นั้นไปทำเป็นอาชีพ มีรายได้เป็นของตนเอง โดยการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดินนั้นก็เป็นอาชีพทางเลือกหนึ่งที่ทำรายได้ให้แก่ประชาชนได้ดี และ รักษาสิ่งแวดล้อมให้แก่ประเทศได้อีกด้วย
u5316943
 
Posts: 1
Joined: Thu Oct 25, 2012 9:15 am

Re: กิจกรรมที่โครงการลูกพระดาบส

Postby u5310224 on Tue Oct 30, 2012 12:49 pm

1) เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์
ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผลรวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี พอสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการนำวิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐนักทฤษฎีและนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริตและให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี

2) พันธกิจของโครงการลูกพระดาบสมีดังนี้
1.จัดการเรียนการสอน ฝึกอบรมศิษย์พระดาบสหลักสูตรการเกษตรพอเพียง และช่างไม้เครื่องเรือนได้อย่างมีคุณภาพ
2.ดำเนินกิจกรรมการเกษตรในลักษณะพึ่งพาตนเองตามแนวพระราชดำริและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างรายได้สนับสนุนมูลนิธิพระดาบส
3.ศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ และเทคโนโลยีทางด้านเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรสมุนไพร การใช้พลังงานทดแทน และอื่นๆ
4.ถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยีทางด้านการเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร สมุนไพร และการใช้พลังงานทดแทน
5.เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ

3) ประโยชน์ของการปลูกพืชไฮโดรโพนิกส์ คือ สามารถปลูกพืชได้ตลอดปี สามารถปลูกได้แม้จะอยู่ในที่ที่ไม่พื้นที่สำหรับปลูก อีกทั้งยังสามารถปลูกได้ในที่ที่ดินไม่เหมาะสม นอกจากนี้พืชที่ปลูกยังเจริญเติบโตได้เร็ว ผลผลิตมีความสม่ำเสมอ สะอาด คุณภาพดี และที่สำคัญยังลดการใช้สารเคมีอีกด้วย

4)หลังจากที่ได้เข้าร่วมโครงการลูกพระดาบสนี้ ทำให้ผมได้เรียนรู้ถึงการปลูกพืชที่ไม่ต้องใช้ดินและยังลดปริมาณสารเคมี อีกทั้งยังสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งการที่ได้มาครั้งนี้ทำให้ผมสามารถนำความรู้มาบอกต่อคนในครอบครัว หรือหากในอนาคตก็อาจจะมีโอกาสได้นำความรู้นี้มาปลูกพืชสวนครัวไว้กินเองในครอบครัว

Chanayut C. 5310224
u5310224
 
Posts: 1
Joined: Tue Oct 30, 2012 12:47 pm

Re: กิจกรรมที่โครงการลูกพระดาบส

Postby u5314400 on Tue Oct 30, 2012 12:52 pm

1. “เศรษฐกิจพอเพียง... จะทำความเจริญให้แก่ประเทศได้ แต่ต้องมีความเพียร แล้วต้องอดทน ต้องไม่ใจร้อน ต้องไม่พูดมาก ต้องไม่ทะเลาะกัน ถ้าทำโดยเข้าใจกัน เชื่อว่าทุกคนจะมีความพอใจได้...”
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน ณ วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงประกอบด้วย 3 ห่วง 2 เงื่อนไข
3 ห่วง ประกอบด้วย
- ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดี ที่ไม่น้อยเกินไป และไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
- ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจาการกระทำนั้นๆอย่างรอบคอบ
- มีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเอง หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆที่จะเกิดขึ้นโดย คำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้ และไกล
2 เงื่อนไข ประกอบด้วย
- เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบ ที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในขึ้นปฏิบัติ
- เงื่อนไขคุณธรรมที่ จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วยมีความตะหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิตไม่โลภ และไม่ตระหนี่

2. พันธกิจโครงการลูกพระดาบส
๑.จัดการเรียนการสอน ฝึกอบรมศิษย์พระดาบสหลักสูตรการเกษตรพอเพียง และช่างไม้เครื่องเรือนได้อย่างมีคุณภาพ
๒.ดำเนินกิจกรรมการเกษตรในลักษณะพึ่งพาตนเองตามแนวพระราชดำริและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างรายได้สนับสนุนมูลนิธิพระดาบส
๓.ศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ และเทคโนโลยีทางด้านเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรสมุนไพร การใช้พลังงานทดแทน และอื่นๆ
๔.ถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยีทางด้านการเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร สมุนไพร และการใช้พลังงานทดแทน
๕.เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ
จากพันธกิจของโครงการลูกพระดาบสข้างต้น โครงการนี้มีส่วนช่วยสังคม ได้ในหลายๆทางไม่ว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับบุคคลที่มีความขยัน ต้องการหาความรู้แต่ไม่ค่อยมีเงิน ทางโครงการก็จัดสอบและรับเข้ามาเรียนรู้เป็นเวลาหนึ่งปีพร้อมทั้งมีเงินเดือนสำหรับยังชีพให้ด้วย อีกทั้งยังส่งเสริมผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพต่างๆโดยการจัดฝึกอบรมจัดสอนให้กับบุคคลที่สนใจในระยะสั้น และยังสามารถนำไปใช้ได้จริงในการประกอบอาชีพ และยังเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดต่างๆที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศสามารถเข้ารับชมและเข้ามาเรียนรู้ได้ เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับจังหวัดนั้นๆ

3. ประโยชน์ของพืช Hydroponics
1. สามารถปลูกพืชได้แม้ในที่แล้ง ดินเลวหรือในสภาพไม่เหมาะสมอื่น เช่น บริเวณที่มีน้ำกร่อย หรือน้ำท่วมขัง เป็นต้น
2. พืชเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ต้นกล้าตั้งตัวได้เร็ว
3. มีการควบคุมการใช้สารละลายธาตุอาหารอย่างมีประสิทธิภาพไม่มากหรือน้อยเกินความต้องการของพืช
4. ผลผลิตที่ได้สะอาด ไม่มีการปนเปื้อนของไข่พยาธิ ซึ่งมักติดมากับดิน
5. ผลผลิตมีความสม่ำเสมอ คุณภาพดี
6. สามารถปลูกได้หลายครั้งต่อปี
7. ลดภาระการจัดการในแปลงปลูก เช่น การเตรียมดิน การกำจัดวัชพืช การอบฆ่าเชื้อในดิน เป็นต้น
8. ที่สำคัญ ประหยัดน้ำ เพราะ จะมีระบบน้ำที่ไหลเวียน จะใช้น้ำปริมาณน้อยกว่าพืชในดินถึง 90%

4. จาก3ข้อข้างต้น ทำให้เราได้รู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงในอีกรูปแบบที่เราอาจจะยังไม่เคยได้ยิน และเราสามารถนำมาใช้กับชีวิตประจำวันได้ เช่น การรู้จักใช้ชีวิตแบบพอเพียงโดยการพึ่งพาตัวเอง สามารถนำความรู้ที่ได้อบรมไปใช้ได้จริง และสามารถนำไปประกอบอาชีพเพื่อหาได้เสริมหรือรายได้หลักให้กับตนเองและครอบครัวไม่มากก็น้อย อีกทั้งทำให้เราได้เรียนรู้ประโยชน์ของการปลูกพืชโดยไม่ใช่ดิน เราอาจนำไปใช้ได้ในทุกกรณีเท่าที่เราต้องการ และยังช่วยให้เราประหยัดน้ำได้มาก นอกจากนี้ ทำให้เราได้รู้ว่า ยังมีที่มากมายที่มอบโอกาสให้กับผู้ที่ขยัน แต่ไม่มีโอกาส ซึ่งทำให้เราคิดว่าในเมื่อเรามีโอกาสที่ดีกว่าหลายๆคนก็ควรทำสิ่งที่ควรทำให้ดีที่สุด ใช้จ่ายอย่างประหยัด อาจไม่ต้องหารายได้เสริมเพื่อช่วยครอบครัว แต่แค่ตั้งใจเรียน จบตามเป้าหมาย และหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงนั้น ได้สอนเกี่ยวกับการพออยู่พอกินพอใช้นั้น ทำให้เราเห็นคุณค่าของเงินและสิ่งของต่างๆที่ควรใช้มันอย่างคุ้มค่าที่สุด เพื่อเหลือเผื่อนำไปใช้ในสิ่งที่สำคัญอื่นๆได้เช่นกัน

Paveenuch J. 5314400
u5314400
 
Posts: 1
Joined: Wed Oct 24, 2012 2:38 pm

กิจกรรมที่โครงการลูกพระดาบส

Postby u5310134 on Tue Oct 30, 2012 1:55 pm

1. “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และเป็นเป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง ซึ่งประกอบไปด้วย ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล ,ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไป และไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ,ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบ และการเปลี่ยนแปลงต่างๆ เงื่อนไข การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน กล่าวคือ
· เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วยความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่ารอบคอบและ เงื่อนไขคุณธรรม ประกอบด้วยมีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความอดทน มีความเพียรใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต


2.โครงการลูกพระดาบส เป็นโครงการที่มีส่วนช่วยสังคมได้หลายๆด้าน ไม่ใช่แค่การเปิดโอกาสทางด้านการศึกษา โดยการเปิดให้มีการเรียนการสอน แก่บุคคลที่มีใจใฝ่รู้แต่ไม่มีทุนทรัพย์ ให้ได้เรียนฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดใด อีกทั้งการพัฒนาความรู้นั้นให้กลายมาเป็นอาชีพสุจริต สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ผู้ที่เข้าร่วมโครงการมีคุณธรรม ทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่น ต่อสังคม และประเทศชาติ โครงการนี้ถึงเป็นองกรที่เดินตามพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

3. การปลูกพืชแบบ Hydroponics(แบบไม่ใช่ดิน) นั้นมีประโยนช์หลายอย่าง อย่างแรกคือ ประหยัดกว่าการปลูกพืชบนดิน(ซึ่งเกี่ยวโยงกับปรับญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วย) เนื่องจากใช้น้ำ และปุ๋ยน้อยกว่า เพราะว่าระบบ hydroponics จะเป็นการหมุนเวียนน้ำให้นำกลับไปใช้ใหม่ได้ และปุ๋ยที่ใส่ก็จะไม่สลายไปเร็วเหมือนการใส่ปุ๋ยในดิน ,ใช้พื้นที่ในการปลูกน้อย แต่ให้ผลผลิตที่สูง ,เมื่อเทียบกับการปลูกพืชโดยใช้ดิน การปลูกแบบ hydroponics ช่วยให้สามารถควบคุมการเติบโตของพืชได้ และสามารถปลูกได้มากครั้งกว่า นอกจากนี้ยังปลอดภัยต่อแมลงที่อาศัยอยู่ใต้ดิน ที่อาจมากินพืชผัก

4. ประสบการณ์ที่ได้จากการไป Service Learning ในครั้งนี้ จากสามข้อที่กล่าวมาข้างต้นเราได้ความรู้เกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง และเข้าใจวีถีการดำเนินชีวิตแบบพอเพียงมากขึ้นจากความรู้เดิมที่มีอยู่ เราได้เรียนรู้ที่จะทำแปลงปลูกผัก hydroponics เองจากอุปกรณ์ที่สามารถหาได้ทั่วไป และสามารถนำไปใช้ได้จริง ในระหว่างที่ทำกิจกรรมก็ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ต้องมีความสามัคคีกันในกลุ่ม มีการจัดการ แบ่งหน้าที่ที่ดี และต้องมีความรับผิดชอบ เพื่อให้งานสำเร็จออกมาลุล่วง จากความรู้ที่ได้เราได้ในการปลูกพืชแบบ Hydroponics เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้ โดยที่เราเริ่มจากการลองปลูกเองที่บ้าน เพราะเป็นการปลูกที่ประหยัด และเราเองก็เรียนรู้ที่จะทำแปลงปลูกเองมาแล้ว หรือเราอาจะบอกต่อๆให้ญาติๆ หรือคนรู้จักฟังถึงข้อดีของการปลูกผักแบบ hydroponics เพื่อเป็นการชักชวนให้ลองปลูก และเราก็แนะนำให้เข้าไปดูในเว็บไซต์ของโครงการลูกพระดาบส ถ้ามีคนสนใจมากขึ้น แล้วเข้าไปเยี่ยมชมโครงการมากขึ้น สังคมก็จะพัฒนาการใช้ชีวิตแบบพอเพียงต่อไปให้แก่คนรุ่นต่อไปได้และ คนที่ว่างงานสามารถสร้างรายได้เาริมและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ โครงการนี้ตั้งอยู่ใดล้ๆนามบินสุวรรณภูมิซึ่งนักท่องเที่ยงหรือคนธรรมดาสามารถเข้าชมโครงการและหาความรู้เพิ่มเติมได้


Sirasnun Panichanun
ID 5310134
u5310134
 
Posts: 1
Joined: Tue Oct 30, 2012 1:31 pm

PreviousNext

Return to โครงการเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับนักศึกษา

Who is online

Users browsing this forum: Google [Bot] and 1 guest

cron
Fatal error: Not able to open ./cache/data_global.php in D:\WWW\Service-learning\wordpress\forums\includes\acm\acm_file.php on line 106